อัพเดทล่าสุด:

สายพันธุ์ของสุนัขพันธุ์ใหญ่มาก

1.เกรทเดน (Great Dane)

เกรทเดน
เกรทเดน

เกรทเดน เป็นสุนัขสายพันธุ์ที่ว่ากันว่ามีส่วนสูงที่สูงที่สุดในโลก ถึงแม้ว่าจะมีตัวที่ใหญ่แต่มีความอ่อนโยนและใจดีมากๆ สายพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมนี ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อใช้ในการล่าสัตว์ ซึ่งสุนัขสายพันธุ์นี้ได้ถูกเปลี่ยนชื่อมาหลายต่อหลายครั้ง เดิมทีแล้วมีชื่อว่า English Docke และถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น German Boarhound จากนั้นประมาณในช่วงศตวรรษที่ 19 ทีมของนักเพาะพันธุ์ชาวเยอรมันได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น German Mastiff เพื่อให้มีชื่อที่ฟังแล้วดูหรูหรา นอกจากนี้แล้วยังมีอีกหลากหลายชื่อที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อเรียกสุนัขสายพันธุ์นี้ ซึ่งชื่อ เกรทเดน นั้นเป็นชื่อสุดท้ายที่ถูกตั้งขึ้นโดยนักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส

ลักษณะนิสัยและภาพรวมต่างๆ

- เกรทเดน มีลักษณะนิสัยที่ กล้าหาญ, ร่าเริง, เป็นมิตร, อ่อนโยน, ขี้เล่น, สุภาพ, ใจเย็น, เข้ากันได้ดีกับเด็กและสัตว์อื่นๆ, ประจบประแจง, น่าเกรงขาม, ซุ่มซ่าม, รักเจ้าของและชอบอยู่ติดกับบเจ้าของ

- รูปร่างของสุนัขพันธุ์นี้ จะมีลักษณะเด่น คือ มีขนาดตัวที่สูงใหญ่และสง่างาม, มีศีรษะแคบและแบน, ใบหูตก (โดยในบางประเทศนั้นจะมีการตัดแต่งใบหูเพื่อความสวยงาม แต่ถือเป็นเรื่องต้องห้ามและต้องได้รับการควบคุมจากสัตวแพทย์เท่านั้น), จมูกและปากยาว, มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง, คอยาว, มีขนสั้นและเรียบลื่น โดยสีขนที่ได้รับการยอมรับจะมีอยู่ 6 สี คือ สีดำ (Black), สีลายเสือ (Brindle), สีน้ำตาลแกมเหลืองหรือสีลูกวัว (Fawn), สีแมนเทิล (Mantle), สีฮาเลควีน (Harlequin) และสีน้ำเงิน (Blue) นอกจากนี้ยังมีสีอื่นที่ ซึ่งเป็นสีที่พบได้ยากคือ สีขาว, สีลายหินอ่อนและสีที่เป็นลวดลายอื่นๆ ส่วนสูงของสุนัขสายพันธุ์นี้จะอยู่ที่ประมาณ 30 – 32 นิ้วและจะมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 45 – 59 กิโลกรัม

- อายุขัยโดยเฉลี่ยของสุนัขจะอยู่ที่ประมาณ 6 – 10 ปี โรคประจำสายพันธุ์ที่ควรระวัง ได้แก่ ภาวะกระเพาะอาหารขยายและบิดตัว (Gastric dilatation volvulus : GDV), โรคกระเพาะบิด (bloat), โรคกระดูกอักเสบ (Panosteitis), ภาวะกระดูกอ่อนตายและแตกออกจากการขาดเลือดในชั้นกระดูกอ่อน(Osteochondritis Dissecans : OCD), โรคมะเร็งกระดูก (Osteosarcoma), โรคข้อสะโพกเจริญผิดปกติ (Hip Dysplasia), โรควิตกกังวล (Anxiety), ภาวะขาดไทรอยด์ (Hypothyroidism) เป็นต้น (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงและสุขภาพของสุนัขตั้งแต่กำเนิดด้วย)

ข้อควรระวัง

ในเรื่องของการให้อาหารควรที่จะแบ่งให้เป็น 2 – 3 มื้อต่อวัน ไม่ควรที่จะให้ทานอาหารครั้งละมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้สุนัขเกิดอาการกระเพาะบิดและส่งผลให้เสียชีวิตได้ นอกจากนี้ด้วยความที่เป็นสุนัขที่มีขนาดตัวใหญ่และใจดีจึงทำให้ในบางครั้งสุนัขเผลอที่จะเล่นแรงเกินไปโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ จึงอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุกับเด็กหรือผู้สูงอายุได้ ดังนั้นเจ้าของจึงควรที่จะคอยดูและและระมัดระวังในเรื่องนี้ด้วย

2.ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler)

ร็อตไวเลอร์
ร็อตไวเลอร์

ร็อตไวเลอร์ เป็นสุนัขอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่คนส่วนใหญ่คงจะรู้จักสุนัขในสายพันธุ์นี้กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะในข่าวต่างๆที่มักจะมีชื่อของสุนัขร็อตไวเลอร์อยู่ในข่าวบ่อยๆ ซึ่งสุนัขสายพันธุ์นี้นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของความดุร้ายและน่าเกรงขามอย่างมาก แต่จริงๆแล้วนั้นหากฝึกฝนและดูแลสุนัขสายพันธุ์นี้เป็นอย่างดีก็จะเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีความน่าสนใจอย่างมากอีกตัวนึง โดยเป็นสุนัขอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีความเก่าแก่มากๆ ซึ่งเชื่อกันว่าเกิดจากการผสมพันธุ์กันระหว่างสุนัขพันธุ์ Molossus ผสมพันธุ์กับสุนัขสายพันธุ์ท้องถิ่นของประเทศเยอรมนี ในช่วงที่ชาวโรมันกำลังเริ่มสร้างบ้านโดยใช้กระเบื้องหลังคาสีแดงทั้งหมู่บ้าน จึงมีการตั้งชื่อหมู่บ้านว่า das Rote Wil (The Red tile) และนี่ก็ถือว่าเป็นแรงบรรดาลใจในการตั้งชื่อว่า “ร็อตไวเลอร์” ซึ่งในสมัยก่อนนั้นนิยมเลี้ยงร็อตไวเลอร์ไว้เพื่อใช้ในการคุ้มกันฝูงสัตว์และใช้ในการลากเกวียนแทนวัว เพราะมีความแข็งแรงมากและนี่ถือเป็นเหตุผลที่ทำให้ร็อตไวเลอร์เกือบที่จะสูญพันธุ์

ลักษณะนิสัยและภาพรวมต่างๆ

- ร็อตไวเลอร์ มีลักษณะนิสัยที่ ใจเย็น, เชื่อมั่นในตัวเอง, กระตือรือร้น, มีความระแวดระวังสูง, ว่องไว, ซื่อสัตย์, ฉลาด, มีความก้าวร้าว, มีความเป็นผู้นำสูง (เป็นจ่าฝูง), รักเจ้าของ, หวงของและอาณาเขต, เชื่อฟังคำสั่ง

- รูปร่างของสุนัขพันธุ์นี้ จะมีลักษณะเด่น คือ มีขนาดกะโหลกศีรษะที่ใหญ่, มีหน้าผากโค้ง, มีปากที่กว้างและมีขากรรไกรที่ทรงพลังมาก, มีขนาดตัวใหญ่และกล้ามเนื้อแน่น, แข็งแรงกำยำ, ตาลึก, ใบหูห้อย, ริมฝีปากห้อยและมีสีดำ, มีอกที่ลึก, มีขนาดอุ้งเท้าและขาที่ใหญ่และแข็งแรง, หางสั้นและมักจะนิยมตัดหางให้สั้นกุด (แต่ในบางประเทศการตัดหางสุนัขถือเป็นเรื่องต้องห้าม), มีขน 2 ชั้นที่หยาบและแน่นปกคลุมทั่วทั้งลำตัว (หากอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนสุนัขจะมีการผลัดขนให้บางลง) โดยสีขนที่มักจะพบเห็นอยู่บ่อยๆคือ สีเทา, สีดำและสีมะฮอกกานี ส่วนสูงของสุนัขเพศผู้ตอนโตเต็มวัยจะอยู่ที่ประมาณ 61 – 68 เซนติเมตรและจะมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 50 – 59 กิโลกรัม ส่วนในสุนัขเพศเมียจะมีส่วนสูงตอนโตเต็มวัยอยู่ที่ประมาณ 56 – 64 เซนติเมตรและจะมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 41 – 48 กิโลกรัม

- อายุขัยโดยเฉลี่ยของสุนัขจะอยู่ที่ประมาณ 8 – 11 ปี โรคประจำสายพันธุ์ที่ควรระวัง ได้แก่ ภาวะกระดูกสันหลังส่วนคอทับไขสันหลัง (Caudal cervical spondylomyelopathy), โรคข้อศอกเจริญผิดปกติ (Elbow dysplasia), โรคข้ออักเสบ (Arthritis), โรคข้อสะโพกเจริญผิดปกติ (Hip dysplasia), โรคมะเร็งกระดูก (Osteosarcoma), โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ (Aortic Valve Stenosis) เป็นต้น (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงและสุขภาพของสุนัขตั้งแต่กำเนิดด้วย)

ข้อควรระวัง

เนื่องจากร็อตไวเลอร์เป็นสุนัขที่มีพื้นฐานนิสัยของสายพันธุ์ที่มีความก้าวร้าวและมีพละกำลังของการกัดที่ทรงพลัง คนที่ต้องการที่จะเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ควรที่จะฝึกฝนสุนัขให้เชื่อฟังคำสั่งตั้งแต่ในวัยเด็กและต้องดูแลเอาใจใส่สุนัขสายพันธุ์นี้เป็นอย่างมาก ควรที่จะต้องมีเวลามากพอที่จะดูแลและเอาใจใส่ ไม่ควรที่จะขังสุนัขสายพันธุ์นี้ไว้ในกรงขังตลอดเวลาเป็นอันขาด เพราะการที่ขังสุนัขสายพันธุ์นี้ไว้ในกรงตลอดเวลาโดยที่ไม่ดูและและเอาใจใส่เลยนั้น จะส่งผลทำให้สุนัขมีนิสัยก้าวร้าว, ดุร้ายและไม่เชื่อฟังคำสั่ง ซึ่งมักจะพบเห็นได้ตามข่าวที่สุนัขมีการโจมตีเจ้าของหรือคนแปลกหน้าจนเกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต คนที่สนใจจะเลี้ยงร็อตไวเลอร์นั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีเวลาและควรศึกษาข้อมูลให้ดีมากๆ

3.เซนต์เบอร์นาร์ด (Saint Bernard)

เซนต์เบอร์นาร์ด
เซนต์เบอร์นาร์ด

เซนต์เบอร์นาร์ด เป็นอีหนึ่งสายพันธุ์ที่ถึงแม้ว่าจะมีขนาดตัวที่ใหญ่มากแต่มีพื้นฐานนิสัยที่เป็นมิตรและใจดี โดยเซนต์เบอร์นาร์ดนั้นมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งต้นกำเนิดของสุนัขสายพันธุ์นี้นั้นมาจากผสมพันธุ์กันของสุนัขพันธุ์พื้นเมืองของเทือกเขาแอลป์กับสุนัขสายพันธุ์มาสทิฟฟ์ โดยในอดีตนั้นมักที่จะเลี้ยงเซนต์เบอร์นาร์ดไว้เพื่อเฝ้ายามจนในภายหลังได้พัฒนาและเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์เพื่อให้ช่วยในเรื่องของการกู้ภัยและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีต่างๆที่มักจะเกิดขึ้นในบริเวณหุบเขา

ลักษณะนิสัยและภาพรวมต่างๆ

- เซนต์เบอร์นาร์ด มีลักษณะนิสัยที่ เป็นมิตรและเข้ากับเด็กได้ดี, อ่อนโยน, ใจดี, ซื่อสัตย์, สุภาพ, เรียบร้อย, มีความอดทนและมั่นคง

- รูปร่างของสุนัขพันธุ์นี้ จะมีลักษณะเด่น คือ มีขนาดตัวที่ใหญ่โต, ตาตก, มีใบหูขนาดใหญ่และพับลง โดยเซนต์เบอร์นาร์ดสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ 1.ประเภทขนสั้น ที่มีขนที่เรียบและหนานุ่ม และ 2.ประเภทขนตรง โดยขนชั้นนอกจะมีความยาวประมาณนึงและขนชั้นในจะมีความหนา ส่วนสีขนที่มักจะพบเห็นได้เช่น สีแดง-ขาวและสีน้ำตาล-ขาว เป็นต้น ส่วนสูงของสุนัขเพศผู้ตอนโตเต็มวัยจะอยู่ที่ประมาณ 71 – 76 เซนติเมตรและจะมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 63 – 68 กิโลกรัม ส่วนในสุนัขเพศเมียจะมีส่วนสูงตอนโตเต็มวัยอยู่ที่ประมาณ 66 – 71 เซนติเมตรและจะมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 54 – 63 กิโลกรัม

- อายุขัยโดยเฉลี่ยของสุนัขจะอยู่ที่ประมาณ 8 – 10 ปี โรคประจำสายพันธุ์ที่ควรระวัง ได้แก่ โรคข้อสะโพกเจริญผิดปกติ (Hip Dysplasia), โรคอ้วน (น้ำหนักตัวมากเกิน), โรคข้ออักเสบ (Arthritis)และโรคอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับกระดูกและข้อต่อต่างๆ เนื่องจากสุนัขมีน้ำหนักตัวที่ค่อนข้างเยอะ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงและสุขภาพของสุนัขตั้งแต่กำเนิดด้วย)

ข้อควรระวัง

เนื่องจากเป็นสุนัขที่มีน้ำหนักตัวเยอะ ผู้เลี้ยงจึงควรที่จะดูและในเรื่องของอาหาร ไม่ควรให้อาหารมากจนเกินไปและหมั่นดูแลในเรื่องของน้ำหนักตัวของสุนัขไม่ให้เยอะมากจนเกินไป เพราะหากสุนัขมีน้ำหนักตัวมากเกินไปอาจจะส่งผลทำให้มีปัญหาในเรื่องของกระดูกและข้อต่อต่างๆได้

และทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นข้อมูลของสุนัขแค่เพียงบางส่วนของแต่ละสายพันธุ์ที่ถูกหยิบยกมา เพื่อเป็นข้อมูลที่อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจที่จะเลี้ยงสุนัขหรือผู้ที่กำลังเลี้ยงสุนัขอยู่ไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ผู้ที่อยากจะมีสัตว์เลี้ยงสักตัวควรที่จะมีเวลามากพอที่จะดูและและเอาใจใส่ หากนำมาเลี้ยงแล้วอย่าทิ้งขว้าง ไม่สนใจ ไม่ดูแลเพราะนั้นคืออีกหนึ่งชีวิตที่เราตัดสินใจแล้วว่าจะดูแลให้ดีที่สุด ข้อสำคัญอีกข้อคือการเลี้ยงสัตว์สักตัวนั้นมีค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเหมือนกันกับคน ฉะนั้นผู้เลี้ยงควรที่จะมีความพร้อมสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆด้วยเช่นกัน