อัพเดทล่าสุด:

สายพันธุ์ของสุนัขพันธุ์ใหญ่

1.ดัลเมเชียน (Dalmatian)

ดัลเมเชียน
ดัลเมเชียน

ดัลเมเชียน หรือที่คนส่วนใหญ่มักจะเรียกกันว่า สุนัขลายจุด เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เคยพบหรือเคยเห็นสุนัขสายพันธุ์นี้กันอยู่แล้ว ซึ่งมีคาดว่าที่มาของลายจุดที่เกิดขึ้นนั้นมาจากการผสมพันธุ์กันระหว่างสุนัขพันธุ์ Talbot Hound (เป็นสุนัขที่มีสีขาวล้วนตลอดทั้งตัว) กับสุนัขพันธุ์ Pointer ถิ่นกำเนิดของสุนัขสายพันธุ์นี้นั้นเชื่อกันว่าน่าจะมีถิ่นกำเนิดที่ชายฝั่ง Dalmatia ซึ่งตั้งอยู่ที่คาบสมุทรทะเลบอลข่าน ในอดีตนั้นนิยมที่จะเลี้ยงดัลเมเชียนไว้เพื่อใช้ในการอารักขารถม้าที่ใช้ในการขนส่งสินค้า โดยที่จะให้ดัลเมเชียนนั้นวิ่งขนาบข้างไปกับรถม้าเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยของรถม้าและนอกจากนั้นยังนำสุนัขสายพันธุ์นี้ช่วยงานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในลอนดอนอีกด้วย โดยการให้สุนัขสายพันธุ์นี้ยืนเฝ้าบริเวณโดยรอบของที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันไม่ให้คนเข้ามาเกะกะขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังปฏิบัติหน้าที่ จึงมีชื่อเรียกเล่นๆในตอนนั้นว่า สุนัขดับเพลิง หลังจากนั้นดัลเมเชียนก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มของคนชนชั้นสูงที่เลี้ยงไว้เพื่อเป็นเครื่องประดับ

ลักษณะนิสัยและภาพรวมต่างๆ

- ดัลเมเชียน มีลักษณะนิสัยที่ เป็นมิตร, มั่นใจ, ซุกซน, เฉลียวฉลาด, ตื่นตัว, ร่าเริง, ไม่ชอบอยู่นิ่ง, รักอิสระ, คล่องแคล่วว่องไว, จงรักภักดี, ซื่อสัตย์

- รูปร่างของสุนัขพันธุ์นี้ จะมีลักษณะเด่น คือ มีลำตัวที่สง่างาม, ผอมเพรียว, ขากรรไกรแข็งแรง, กล้ามเนื้อแข็งแรง, จมูกและปากยาว, หูมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมและพับลง, ปลายหางงอขึ้น, มีขนสั้นและหนา โดยสีขนของสุนัขสายพันธุ์นี้จะมีสีขาวเป็นหลักและจะแทรกด้วยลายจุดสีดำหรือสีน้ำตาล ถึงแม้ว่าดัลเมเชียนนั้นจะมีเส้นขนที่เล็กแต่ก็ผลัดขนอยู่เรื่อย ๆตลอดทั้งปี น้ำหนักตัวตอนโตเต็มวัยจะอยู่ที่ประมาณ 20 – 27 กิโลกรัมและจะมีส่วนสูงโดยประมาณอยู่ที่ 22 – 24 นิ้ว

- อายุขัยโดยเฉลี่ยของสุนัขจะอยู่ที่ประมาณ 11 – 13 ปี โรคประจำสายพันธุ์ที่ควรระวัง ได้แก่ โรคนิ่ว (Urolithiasis), โรคกระดูกอักเสบ (Panosteitis), โรคข้อสะโพกเจริญผิดปกติ (Hip Dysplasia), โรคมะเร็งกระดูก (Osteosarcoma), โรคมะเร็ง (Cancer), โรคภูมิแพ้ (Skin allergies), โรคต้อกระจก (Cataracts), โรควิตกกังวล (Anxiety) เป็นต้น (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงและสุขภาพของสุนัขตั้งแต่กำเนิดด้วย)

ข้อควรระวัง

ถึงแม้ว่าดัลเมเชียนจะเป็นสุนัขที่มีเส้นขนสั้นแต่สุนัขสายพันธุ์นี้มีการผลัดขนตลอดทั้งปี ผู้เลี้ยงจึงควรที่จะแปรงขนอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดการผลัดขน และข้อสำคัญที่ผู้เลี้ยงควรจะต้องรู้เลยก็คือห้ามนำดัลเมเชียนที่อายุน้อยกว่า 18 เดือน ไปวิ่งเพื่อออกกำลังกายเนื่องจากกระดูกของสุนัขยังเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์จึงอาจจะทำให้มีปัญหาเรื่องกระดูกได้

2.ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever)

ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์
ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ด้วยความที่เป็นสุนัขสายพันธุ์ใหญ่แต่ใจดี ทำให้ใครหลายๆคนต่างพากันนิยมเลี้ยงสายพันธุ์นี้ไว้เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยง โดยสุนัขสายพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศแคนนาดา บนเกาะที่มีชื่อว่าเกาะนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland) ซึ่งในสมัยนั้นมักจะเรียกสุนัขสายพันธุ์นี้กันว่า เซนต์ จอห์น (St. John’s) และมักจะถูกเลี้ยงไว้เพื่อช่วยงานชาวประมง เนื่องจากเป็นสุนัขที่มีความฉลาดจึงสามารถที่จะช่วยชาวประมงในสมัยนั้นจับปลา สามารถว่ายน้ำได้ไกลและสามารถที่จะช่วยในการปลดตะขอออกจากปลาได้ จึงได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มของชาวประมง หลังจากนั้นเริ่มมีการนำลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์เข้าสู่ประเทศอังกฤษเพื่อใช้ช่วยในการล่านก แต่ในภายหลังมีการพัฒนาและขยายสายพันธุ์จึงทำให้มีรูปร่าง นิสัยและสีต่างๆที่พบเห็นในปัจจุบัน (ในสมัยก่อนลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์มีแค่สีดำ หลังจากที่มีการพัฒนาจึงทำให้มีหลายสีมากขึ้น)

ลักษณะนิสัยและภาพรวมต่างๆ

- ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ มีลักษณะนิสัยที่ มีความเฉลียวฉลาดมาก (จึงมักจะเห็นว่านิยมที่จะนำสุนัขสายพันธุ์นี้ไปฝึกฝนเพื่อให้เป็นสุนัขตำรวจเพื่อใช้ดมกลิ่นหายาเสพติดหรือวัตถุต้องสงสัยต่างๆ นอกจากนั้นยังนิยมที่จะนำไปใช้เป็นสุนัขช่วยเหลือสำหรับผู้พิการอีกด้วย), เป็นมิตร, ใจเย็น, คล่องแคล่ว, ชอบเล่นน้ำ, ซื่อสัตย์, เข้ากับเด็กได้ดี, รักเจ้าของ, แข็งแรง, เชื่อฟังคำสั่ง

- รูปร่างของสุนัขพันธุ์นี้ จะมีลักษณะเด่น คือ มีโครงสร้างลำตัวที่ใหญ่สง่างาม, มีกล้ามเนื้อแข็งแรง, จมูกและปากยาว, มีหางยาว, ใบหูพับ, มีขนาดของกะโหลกศีรษะที่ค่อนข้างใหญ่, ตากลมโตและสุนัขสายพันธุ์นี้มีขนทั้งหมด 2 ชั้นที่มีลักษณะสั้นและหนา ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในเรื่องของการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายและช่วยในเรื่องของการป้องกันน้ำได้ดี ลาบราดอร์จะมีสีขนที่หลากหลาย เช่น สีดำ, สีเหลือง, สีช็อคโกแลต, สีแดงและสีทอง ลาบราดอร์จะมีการผลัดขนประมาณ 2 ครั้งต่อปี โดยส่วนสูงโดยประมาณของเพศผู้จะอยู่ที่ประมาณ 22 – 24 นิ้วและเพศเมียจะมีส่วนสูงอยู่ที่ประมาณ 20 -22 นิ้ว น้ำหนักตอนโตเต็มวัยโดยประมาณอยู่ที่ 25 – 35 กิโลกรัม

- อายุขัยโดยเฉลี่ยของสุนัขจะอยู่ที่ประมาณ 10 – 14 ปี โรคประจำสายพันธุ์ที่ควรระวัง ได้แก่ โรคข้อสะโพกเจริญผิดปกติ (Hip Dysplasia), โรคหมอนรองกระดูกสันหลัง (Intervertebral Disc Disease : IVDD), โรคกระดูกสะบ้าเคลื่อน (Patellar Luxation), โรคกล้ามเนื้อเสื่อม (Myopathy), โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Acute Moist Dermatitis), โรคติดเชื้อที่หู (Ear Infection), โรคภูมิแพ้ (Allergies), โรคกระจกตาเสื่อม (Corneal Dystrophy), โรคต้อกระจก (Cataracts) เป็นต้น (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงและสุขภาพของสุนัขตั้งแต่กำเนิดด้วย)

ข้อควรระวัง

เนื่องจากเป็นสุนัขที่มีร่างกายแข็งแรงและมีพละกำลังค่อนข้างเยอะ เจ้าของควรที่จะมีเวลาที่จะเล่นกับสุนัขและควรพาไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะถ้าหากสุนัขไม่ได้ออกกำลังกายหรือเผาผลาญพลังงาน อาจจะทำให้สุนัขวิ่งซนจนทำให้ข้าวของภายในบ้านเสียหายได้

3.เยอรมัน เชพเพิร์ด (German Shepherd)

เยอรมัน เชพเพิร์ด
เยอรมัน เชพเพิร์ด

เยอรมัน เชพเพิร์ด หรือที่เรารู้จักกันในอีกชื่อนึงว่า “อัลเซเชี่ยน” แต่ดูจากชื่อก็รู้แล้วว่าสุนัขตัวนี้มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมนี ซึ่งในสมัยก่อนนิยมที่จะเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ไว้เพื่อไล่ต้อนแกะ เนื่องจากมีร่างกายที่แข็งแรง, คล่องแคล่วว่องไวและเฉลียวฉลาด หลังจากนั้นจึงได้มีการนำเยอรมัน เชพเพิร์ดมาฝึกฝนเพื่อเป็นสุนัขตำรวจและเพื่อเป็นสุนัขนำทางสำหรับผู้พิการ

ลักษณะนิสัยและภาพรวมต่างๆ

- เยอรมัน เชพเพิร์ด มีลักษณะนิสัยที่ เฉลียวฉลาด, ปราดเปรียวว่องไว, ซื่อสัตย์, จกรักภักดีต่อเจ้าของ, มั่นใจ, ชอบปกป้อง, ชอบทำกิจกรรม, ฝึกฝนง่าย, เชื่อฟังเจ้าของ, มีความกระตือรือร้นสูง, ไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า

- รูปร่างของสุนัขพันธุ์นี้ จะมีลักษณะเด่น คือ มีกล้ามเนื้อแข็งแรง, ลำตัวมีขนาดใหญ่, จมูกและปากยาว, หูใหญ่และตั้งขึ้น, มีหางเป็นพุ่มและโค้งลง, มีขากรรไกรที่แข็งแรง, มีขนที่หนาและยาว โดยจะมีขน 2 ชั้น ขนชั้นในจะมีความหนาและแน่น ส่วนขนชั้นนอกจะมีการผลัดขนอยู่ตลอดทั้งปี สีขนของสุนัขสายพันธุ์นี้ที่มักจะเห็นบ่อยๆคือ สีแดงดำและสีแทนดำ นอกจากนี้ยังมีสีขนที่หายากอื่นๆอีกเช่น สีน้ำเงิน, สีขาวล้วน, สีน้ำเงิน, สีน้ำตาลเข้มและสีดำ ส่วนสูงโดยเฉลี่ยตอนโตเต็มวัยของเยอรมัน เชพเพิร์ดอยู่ที่ประมาณ 63 เซนติเมตรและมีน้ำหนักตอนโตเต็มวัยอยู่ที่ประมาณ 22 – 40 กิโลกรัม

- อายุขัยโดยเฉลี่ยของสุนัขจะอยู่ที่ประมาณ 9 – 13 ปี โรคประจำสายพันธุ์ที่ควรระวัง ได้แก่ โรคการอักเสบของหมอนรองกระดูก (Diskospondylitis), โรคไขสันหลังเสื่อม (Degenerative myelopathy), โรควิตกกังวล (Anxiety), โรคกระดูกอักเสบ (Panosteitis), โรคข้อสะโพกเจริญผิดปกติ (Hip dysplasia), โรคข้อศอกเจริญผิดปกติ (Elbow dysplasia), การติดเชื้อที่หู (ear infection), โรคภูมิแพ้ (Allergies), โรคกระเพาะบิด (Gastric dilatation-volvulus) เป็นต้น (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงและสุขภาพของสุนัขตั้งแต่กำเนิดด้วย)

ข้อควรระวัง

ถึงแม้ว่าเยอรมัน เชพเพิร์ดจะเป็นสุนัขที่ชอบการออกกำลังกาย แต่ก็ไม่ควรที่จะให้สุนัขออกกำลังกายหนักมาจนเกินไป เพราะจะทำให้ข้อต่อต่างๆของสุนัขบาดเจ็บและมีปัญหาได้ นอกจากนี้สุนัขสายพันธุ์นี้ยังมีการผลัดขนอยู่ตลอดทั้งปี ดังนั้นเจ้าของจึงควรจะหมั่นแปรงขนอยู่บ่อยๆเพื่อช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นขนได้

4.โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ (Golden Retriever)

โกลเด้น รีทรีฟเวอร์
โกลเด้น รีทรีฟเวอร์

โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ของสุนัขที่ผู้คนนิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย เพราะโกลเด้น รีทรีฟเวอร์เป็นสุนัขสายพันธุ์ขนาดใหญ่ที่เป็นมิตรมากๆ ไม่ว่าจะเป็นกับสัตว์ด้วยกันเองหรือกับคนก็ตาม จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะจัดเป็นอันดับต้นๆที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ส่วนต้นกำเนิดของสายพันธุ์นี้เชื่อกันว่าสืบเชื้อสายมาจาก Russian Sheepdog และได้ถูกรับการพัฒนาสายพันธุ์มาอย่างต่อเนื่องจนกลายมาเป็นสุนัขสายพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ อันเนื่องมาจากในสมัยก่อนกีฬายิงนกและกีฬาที่เกี่ยวกับการล่าสัตว์ต่างๆได้รับการนิยมเป็นอย่างมาก จึงได้มีการฝึกฝนสุนัขสายพันธุ์ Setter และ Pointer เพื่อที่จะนำมาใช้ในการตามเก็บนกหรือซากสัตว์ต่างๆในการแข่งขัน แต่ก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ จึงมีการพัฒนามาเป็นสุนัขสายพันธุ์นี้ ซึ่งโกลเด้น รีทรีฟเวอร์สามารถแบ่งลักษณะทางกายภาพออกได้เป็น 3 สายพันธุ์หลักๆ ได้แก่ สายพันธุ์อังกฤษ (British type), สายพันธุ์อเมริกา (American type) และสายพันธุ์แคนาดา (Canada type) ซึ่งในปัจจุบันนอกจากคนส่วนใหญ่มักจะนิยมเลี้ยงโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ไว้เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงแล้ว ด้วยความที่เป็นสุนัขที่มีความฉลาดและฝึกฝนให้ทำตามคำสั่งได้ง่ายจึงนิยมที่จะนำโกลเด้น รีทรีฟเวอร์มาเป็นสุนัขนำทางสำหรับผู้พิการ, สุนัขช่วยเหลือและสุนัขกู้ภัย

ลักษณะนิสัยและภาพรวมต่างๆ

- โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ มีลักณะนิสัยที่ เป็นมิตรกับคนและสัตว์ (ร่วมถึงคนแปลกหน้าด้วย), รักเจ้าของ, ขี้เล่น, คล่องแคล่ว, ใจดี, นิสัยดี, แข็งแรง, พลังงานเยอะ, กระตือรือร้น, อดทน, ชอบเล่นและชอบทำกิจกรรม, รักการว่ายน้ำ, เข้ากันได้ดีกับเด็กและผู้สูงอายุ

- รูปร่างของสุนัขพันธุ์นี้ จะมีลักษณะเด่น คือ จมูกและปากยาวปานกลางและค่อนข้างใหญ่, มีหางยาว, ใบหูตก, ลำตัวค่อนข้างใหญ่, แนวหลังเป็นเส้นตรงและลาดเอียงลง, มีขนที่ยาวและหนา เส้นขนสามารถกันน้ำได้ดี โดนสีของเส้นขนจะมีตั้งแต่สีเหลืองอ่อนไล่ไปจนถึงสีทองเข้ม, สีครีมและสีดำ นอกเหนือจากนี้จะมี สีมะฮอกกานี, สีแดงและสีขาวบริสุทธิ์ แต่จะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก ส่วนสูงโดยเฉลี่ยเมื่อโตเต็มวัยจะอยู่ที่ประมาณ 21 – 24 นิ้วและจะมีน้ำหนักเมื่อโตเต็มวัยอยู่ที่ประมาณ 25 – 35 กิโลกรัม

- อายุขัยโดยเฉลี่ยของสุนัขจะอยู่ที่ประมาณ 10 – 15 ปี โรคประจำสายพันธุ์ที่ควรระวัง ได้แก่ โรคกระดูกสะบ้าเคลื่อน (Patellar luxation), โรคกระดูกอักเสบ (Panosteitis), โรคข้อสะโพกเจริญผิดปกติ (Hip Dysplasia), โรคต้อกระจก (Cataracts)(ซึ่งเป็นโรคที่มักจะพบอยู่บ่อยๆในสุนัขโกลเด้น รีทรีฟเวอร์), โรคจอประสาทตาเสื่อม (Progressive Retinal Atrophy), โรคมะเร็งกระดูก (Osteosarcoma), โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphosarcoma), ผิวหนังอักเสบจากการเลีย (Lick Granuloma), ภาวะผิวหนังอักเสบจากอาการภูมิแพ้ (Atopy), โรคกล้ามเนื้อหัวใจพองโต (Dilated Cardiomyopathy), โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ (Subvalvular Aortic Stenosis), โรคกระเพาะอาหารขยายตัวและบิดตัว (Gastric dilatation volvulus: GDV) เป็นต้น (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงและสุขภาพของสุนัขตั้งแต่กำเนิดด้วย)

ข้อควรระวัง

เนื่องจากเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่มีขนาดตัวที่ใหญ่เจ้าของควรจะต้องคอยระวังปัญหาในเรื่องของข้อต่อต่างๆเป็นพิเศษ เนื่องจากขนาดตัวที่ใหญ่และน้ำหนักตัวที่ค่อนข้างเยอะสุนัขในประเภทนี้จึงมักที่จะมีปัญหาในเรื่องของข้อต่อต่างๆอยู่บ่อยๆ และด้วยความที่มีขนค่อนข้างยาวเจ้าของจึงควรที่จะหมั่นแปรงขนอยู่บ่อยๆและควรที่จะตรวจเช็คในเรื่องของเห็บ หมัดอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ยังไม่เหมาะกับเจ้าของที่ต้องการเลี้ยงสุนัขไว้เพื่อเฝ้าบ้าน อันเนื่องมาจากโกลเด้น รีทรีฟเวอร์มีลักษณะนิสัยที่เป็นมิตรกับทุกคนจึงไม่เหมาะที่จะเลี้ยงไว้เพื่อเฝ้าบ้าน

5.โคมอนดอร์ (Komondor)

โคมอนดอร์
โคมอนดอร์

โคมอนดอร์ หลายๆคนอาจจะไม่ค่อนคุ้นชินกับชื่อของสุนัขสายพันธุ์นี้มากเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากอธิบายถึงรูปลักษณ์ภายนอกของสุนัขสายพันธุ์นี้แล้วหล่ะก็ เชื่อได้เลยว่าหลายๆคนน่าจะต้องเคยเห็นกันมากบ้าง ลักษณะที่เด่นมากๆของสุนัขสายพันธุ์นี้คงจะหนีไม่พ้นลักษณะของเส้นขนที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจากสายพันธุ์อื่นอย่างสิ้นเชิง คือมีเส้นขนที่คล้ายคลึงกันกับ “ม็อบถูพื้น” ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของโคมอนดอร์นั้นมาจากประเทศรัสเซีย ก่อนที่จะมีการนำไปเลี้ยงที่ประเทศฮังการี จนเรียกได้ว่าเป็นสุนัขสายพันธุ์พื้นเมืองของฮังการีและยังถือว่าเป็นสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดอีกด้วย อันเนื่องมากจากเป็นสายพันธุ์ที่มีการปรากฏอยู่ในประมวลกฎหมายฮัมมูราบี (เป็นประมวลกฎหมายที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้าฮัมมูราบีแห่งจักรวรรดิบาบิโลนเมื่อประมาณ 1750 ปีก่อนคริสตศักราช) นอกจากที่คนจะนิยมเลี้ยงไว้เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงแล้วนั้น ไม่ว่าจะเป็นในสมัยก่อนหรือในปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมที่จะเลี้ยงโคมอนดอร์เอาไว้เพื่อใช้ในการต้อนและปกป้องฝูงสัตว์จากสัตว์นักล่าต่างๆ เช่นหมีและหมาป่า เนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่และมีความแข็งแรง

ลักษณะนิสัยและภาพรวมต่างๆ

- โคมอนดอร์ มีลักษณะนิสัยที่ ระแวดระวังภัย, ไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า, มั่นใจ, ตื่นตัว, ไม่เกรงกลัวอันตราย, รักเจ้าของ, ซื่อสัตย์, กล้าหาญ, พละกำลังเยอะ

- รูปร่างของสุนัขพันธุ์นี้ จะมีลักษณะเด่น คือ มีลำตัวที่สูงและใหญ่, มีลำคอตั้งตรง, มีปากกว้างและสั้น, มีใบหูยาวและตก, มีเส้นขนที่หยิกเป็นพู่และมีความหนาปกคลุมทั่วทั้งลำตัวไม่ว่าจะเป็น ตา จมูกหรือปาก เส้นขนมีลักษณะเป็นเส้นใหญ่ๆคล้ายกับม็อบถูพื้นและไม่หลุดร่วงง่ายเหมือนเส้นขนของสุนัขสายพันธุ์อื่นๆ โดยจะมีการพลัดขนประมาณปีละ 2 ครั้ง (ตอนเป็นลูกสุนัขเส้นขนจะมีความปุกปุยและจะเริ่มจับตัวกันตอนอายุประมาณ 8 – 10 เดือน) สีขนที่มักจะพบเห็นบ่อยๆคือสีที่ออกขาวขุ่นๆหรือสีออกครีมๆ ความสูงโดยเฉลี่ยของเพศผู้ตอนโตเต็มวัยจะอยู่ที่ประมาณ 27 นิ้วและมีน้ำหนักตัวประมาณ 45 กิโลกรัม ส่วนความสูงของเพศเมียตอนโตเต็มวัยจะอยู่ที่ประมาณ 25 นิ้วและมีน้ำหนักตัวประมาณ 35 กิโลกรัม

- อายุขัยโดยเฉลี่ยของสุนัขจะอยู่ที่ประมาณ 10 – 13 ปี โรคประจำสายพันธุ์ที่ควรระวัง ได้แก่ โรคข้อสะโพกเสื่อม, โรคกระดูกสะบ้าเคลื่อน (Patellar luxation), โรคกระดูกอักเสบ (Panosteitis), โรคข้อสะโพกเจริญผิดปกติ (Hip Dysplasia), โรคต้อกระจก (Cataracts), การติดเชื้อที่หู (Ear infection), โรคจอประสาทตาเสื่อม (Progressive Retinal Atrophy) เป็นต้น (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงและสุขภาพของสุนัขตั้งแต่กำเนิดด้วย)

ข้อควรระวัง

เนื่องจากเป็นสุนัขที่มีเส้นขนรวมกันเป็นพู่ที่ยาวและหนา เจ้าของจึงต้องหมั่นทำความสะอาดหรืออาบน้ำให้เป็นประจำไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เส้นขนสกปรกและอาจจะทำให้ผิวหนังของสุนัขเกิดอาการอักเสบเนื่องจากความสกปรกได้ นอกจากนี้เนื่องจากเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่เจ้าของจึงต้องคอยระมัดระวังและดูแลในเรื่องของกระดูกและข้อต่อต่างๆ เพราะในสุนัขที่มีตัวใหญ่มักจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อต่างๆ

6.เกรย์ฮาวด์ (Greyhounds)

เกรย์ฮาวด์
เกรย์ฮาวด์

เกรย์ฮาวด์ เป็นสุนัขที่มีท่าทีสง่างาม มีลำตัวที่สูงและผอม ซึ่งสุนัขสายพันธุ์นี้หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินชื่อกันมาบ้าง แต่อาจจะไม่เคยได้พบเห็นบ่อยนัก โดยเชื่อกันว่าสุนัขสายพันธุ์นี้เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีความเก่าแก่มากๆ ซึ่งอ้างอึงมาจากหลักฐานต่างๆที่ได้พบ ไม่ว่าจะเป็นการพบภาพวาดหรือภาพแกะสลักในยุคอียิปต์โบราณที่มีสุนัขลักษณะคล้ายคลึงกับเกรย์ฮาวด์ปรากฏอยู่ หรือจะเป็นในยุคเก่าแก่ของกรีกและโรมันก็มีการพบหลักฐานต่างๆเช่นกัน ส่วนที่มาของชื่อนั้นเชื่อกันว่าคำว่า “Grey” นั้นมีที่มาจากคำว่าสีเทา (Gray) ซึ่งมาจากสีขนของสุนัขที่พบได้บ่อยๆ เนื่องด้วยลำตัวที่มีความปราดเปรียวสุนัขสายพันธุ์นี้จึงมักถูกนำไปใช้ในการประกวดต่างและการแข่งขันล่าสัตว์(แต่ในภายหลังเป็นสิ่งผิดกฎหมายในหลายๆประเทศ จึงเปลี่ยนมาใช้เป็นสุนัขในการไล่ต้อนแทน) นอกจากนี้เกรย์ฮาวด์ยังเป็นสุนัขที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก(ในระยะสั้น) โดยมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 45 ไมล์ต่อเชื่อโมงหรืออยู่ที่ประมาณ 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ลักษณะนิสัยและภาพรวมต่างๆ

-เกรย์ฮาวด์ มีลักษณะนิสัยที่ มีความสุภาพและอ่อนโยน, ขี้อ้อน, คล่องแคล่วว่องไว, อารมณ์ดี(บางตัวอาจจะขี้อาย), ฉลาด, มีความสงบเรียบร้อย

- รูปร่างของสุนัขพันธุ์นี้ จะมีลักษณะเด่น คือ มีรูปร่างลำตัวที่สูงโปร่ง, มีกล้ามเนื้อแข็งแรง, มีการมองเห็นที่แม่นยำ, มีความคล่องแคล่วและว่องไว, สะโพกโก่งเล็กน้อย, มีจมูกและปากค่อนข้างยาว, ใบหูตกลงเล็กน้อย, มีเส้นขนที่สั้น ทำให้ง่ายต่อการดูแลและในการทำความสะอาด ส่วนสีขนของเกรย์ฮาวด์นั้นมีสีที่หลากหลายมาก ซึ่งเกิดจากการผสมกันของสีต่างๆ เช่น สีขาว, สีเทา, สีน้ำตาลแดง, สีเหลืองทอง เป็นต้น ความสูงของสุนัขเพศผู้ตอนโตเต็มวัยจะอยู่ที่ประมาณ 71 – 76 เซนติเมตรและจะมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 27 – 40 กิโลกรัม ส่วนเพศเมียตอนโตเต็มวัยจะมีส่วนสูงอยู่ที่ประมาณ 68 – 71 เซนติเมตรและจะมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 27 – 34 กิโลกรัม

- อายุขัยโดยเฉลี่ยของสุนัขจะอยู่ที่ประมาณ 10 – 13 ปี โรคประจำสายพันธุ์ที่ควรระวัง ได้แก่ ภาวะฮอร์โมนไทรอยด์บกพร่อง (Hypothyroidism), มะเร็งกระดูก (Osteosarcoma), ภาวะกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน (Gastric Dilatation Volvulus : GDV), โรคกระเพาะอาหารบิดหมุน (Gastric Torsion), โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip Dysplasia), โรคมะเร็ง (Cancer), โรคมะเร็งกระดูก (Osteosarcoma), ภาวะวิตกกังวล (Anxiety), โรคภูมิแพ้ (Allergies), ความไวต่อการใช้ยาระงับความรู้สึก (Anesthesia Sensitivity), ความไวต่อสารฆ่าแมลง (Insecticides Sensitivity) เป็นต้น (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงและสุขภาพของสุนัขตั้งแต่กำเนิดด้วย)

ข้อควรระวัง

ถึงแม้ว่าเกรย์ฮาวด์จะเป็นสุนัขที่วิ่งได้เร็วมากๆในระยะสั้น แต่สุนัขสายพันธุ์นี้ไม่เหมาะที่จะว่ายน้ำหรือเรียกได้ว่าเป็นสุนัขที่ว่ายน้ำไม่เก่ง อันเนื่องมาจากสรีระของร่างกายที่มีไขมันค่อนข้างน้อยจึงทำให้ลอยตัวอยู่ในน้ำได้ไม่ดี ดังนั้นหากเจ้าของต้องการจะพาสุนัขไปออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำควรหาเสื้อชูชีพสวมใส่ให้สุนัขด้วยเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ (สุนัขในสายพันธุ์อื่นที่ว่ายน้ำเก่งก็ควรที่จะสวมเสื้อชูชีพไว้เสมอเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้) นอกจากนี้ด้วยความที่มีประสาทสัมผัสที่ค่อนข้างไวและรักความสงบ จึงไม่ค่อยเหมาะที่จะเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังโวยวายหรือมีความวุ่นวายเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพราะสิ่งเร้าเหล่านี้จะส่งผลทำให้สุนัขเกิดความวิตกกังวลและก่อให้เกิดความเครียดได้ จึงอาจจะส่งผลต่อระบบต่างๆภายในร่างกายของสุนัขได้ เช่น อาหารไม่ย่อย, วิตกกังวล เป็นต้น

7.โดเบอร์แมน พินสเชอร์ (Doberman Pinscher)

โดเบอร์แมน พินสเชอร์
โดเบอร์แมน พินสเชอร์

โดเบอร์แมน พินสเชอร์ เป็นสุนัขอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ถ้าใครที่พบเจอเป็นต้องชะงัก เนื่องจากรูปร่างหน้าตาที่มีความดุและน่าเกรงขาม ทำให้ใครที่พบเจอกับสุนัขสายพันธุ์มักจะต้องพยายามเดินให้ห่างๆเอาไว้ โดยถิ่นกำเนิดของสุนัขสายพันธุ์นี้นั้นมาจากประเทศเยอรมนี ซึ่งสุนัขสายพันธุ์นี้เกิดมาจากการเพาะพันธุ์สุนัขของชาวเยอรมันที่มีชื่อว่า “หลุยส์ โดเบอร์แมน” ที่ทำอาชีพเกี่ยวกับการเก็บภาษีที่ต้องการมีสุนัขไว้เพื่อปกป้อง คุ้มครองตัวเองและเชื่อกันว่าสุนัขโดเบอร์แมน นั้นเกิดจากการผสมพันธุ์กันระหว่างสายพันธุ์แมนเชสเตอร์ เทอร์เรียร์ (Manchester Terrier), ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler) และเยอรมัน พินสเชอร์ (German Pinscher) ในภายหลังสุนัขโดเบอร์แมน พินสเชอร์ได้รับความนิยมอย่างมากในการนำมาเลี้ยงและฝึกฝนเพื่อเป็นสุนัขตำรวจ เพื่อช่วยในภารกิจที่เสี่ยงต่ออันตรายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภารกิจค้นหาหรือภารกิจกู้ภัยต่างๆ

ลักษณะนิสัยและภาพรวมต่างๆ

- โดเบอร์แมน พินสเชอร์ มีลักษณะนิสัยที่ ซื่อสัตย์, มีความจงรักภักดีและรักเจ้าของ, สุภาพ, แข็งแรง, กระตือรือร้น, ปราดเปรียวและว่องไว, ฉลาด, มีมาดและท่าทีที่สง่างาม, น่าเกรงขาม, กล้าหาญ, มีสัญชาตญาณในการระแวดระวังและป้องกันภัยที่ยอดเยี่ยม (เหมาะสำหรับเลี้ยงไว้เพื่อเฝ้าบ้านอย่างมาก แต่ควรที่จะฝึกฝนให้ดี), พร้อมที่จะปกป้องและต่อสู้เพื่อเจ้าของโดยไม่ลังเล

- รูปร่างของสุนัขพันธุ์นี้ จะมีลักษณะเด่น คือ มีรูปร่างที่สมส่วนและสง่างาม, มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง, พละกำลังเยอะ, ปากและจมูกยาว, มีขากรรไกรที่แข็งแรงและทรงพลัง, หัวเรียวยาว, ใบหูค่อนเรียวยาวและตั้งขึ้น (ซึ่งเกิดจากการตัดแต่งใบหูตั้งแต่เด็ก), หางสั้นกุด (ปกติแล้วหางค่อนข้างจะยาว แต่มักจะนิยมตัดแต่งหางให้สั้นลงในวัยเด็ก), มีขนสั้น เรียบและมันวาว ทำให้ง่ายต่อการดูและและทำความสะอาด โดยจะมีสีขนที่พบอยู่บ่อยๆคือ สีดำ, สีแดงเข้มและสีเทาอมเหลือง ส่วนสูงของเพศผู้ตอนโตเต็มวัยจะอยู่ที่ประมาณ 26 – 28 นิ้วและจะมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 35 – 45 กิโลกรัม ส่วนสูงของเพศเมียตอนโตเต็มวัยจะอยู่ที่ประมาณ 22 – 26 นิ้วและจะมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 27 – 41 กิโลกรัม

- อายุขัยโดยเฉลี่ยของสุนัขจะอยู่ที่ประมาณ 10 – 13 ปี โรคประจำสายพันธุ์ที่ควรระวัง ได้แก่ โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม (Intervertebral Disc Disease : IVDD), ปัญหาระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral Neuropathy), ภาวะกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน (Gastric Dilatation Volvulus : GDV), โรคข้อสะโพกเจริญผิดปกติ (Hip Dysplasia), โรคผิวเผือก (Albinism), โรคขนร่วงในสุนัขขนสีเข้ม (Color Mutant Alopecia) เป็นต้น (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงและสุขภาพของสุนัขตั้งแต่กำเนิดด้วย)

ข้อควรระวัง

เนื่องจากเป็นสุนัขที่มีพละกำลังเยอะและมีพื้นฐานนิสัยที่ค่อนข้างก้าวร้าว ดังนั้นเจ้าของควรที่จะต้องฝึกฝนให้เชื่อฟังคำสั่งให้ดีตั้งแต่ตอนเป็นลูกสุนัข ไม่เช่นนั้นสุนัขอาจจะมีนิสัยที่ก้าวร้าวและไม่ทำตามคำสั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุอาศัยรวมอยู่ด้วย ยิ่งควรที่จะฝึกฝนและคอยดูแลให้ดี หากสุนัขมีความเครียดหรือได้รับการฝึกฝนที่ไม่ดีพอ อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อคนภายในบ้านได้ อย่างน้อยควรมี 1 คนภายในบ้านที่สุนัขเชื่อฟังคำสั่งเป็นอย่างดี แต่ทางที่ดีควรสอนให้สุนัขเชื่อฟังคำสั่งและเคารพบุคคลในบ้านทุกคนจะดีที่สุดเพื่อง่ายต่อการควบคุมพฤติกรรมของสุนัข